20
Jul
ร่องรอยแห่งศรัทธาผ่านตำแหน่งสมณศักดิ์
เวลาที่เรากราบพระตามวัดต่างๆ หรือติดตามข่าวสารในแวดวงคณะสงฆ์ไทย หลายคนอาจจะเคยเกิดคำถามในใจเมื่อได้ยินคำนำหน้าชื่อพระสงฆ์ที่แตกต่างกันไป บางรูปเป็นพระครู บางรูปเป็นเจ้าคุณ หรือบางรูปก็เป็นสมเด็จ คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะระบบสมณศักดิ์ของไทยมีความละเอียดลึกซึ้งและมีรากฐานมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ สมณศักดิ์ก็เปรียบเสมือนยศถาบรรดาศักดิ์ของขุนนางในสมัยก่อน ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเพื่อยกย่องพระเถระผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและบ้านเมือง เพื่อให้เราเข้าใจโครงสร้างที่ดูซับซ้อนนี้ได้ง่ายขึ้น ผมจึงอยากจะชวนทุกคนมาไล่เรียงเส้นทางจากพระสงฆ์ปกติสู่ตำแหน่งสูงสุดตามโครงสร้างกฎหมายคณะสงฆ์ในปัจจุบันกันครับ
เส้นทางจากพระลูกวัดสู่ผู้ช่วยระดับสูง
จุดเริ่มต้นของพระสงฆ์ทุกรูปล้วนมาจากสถานะพระภิกษุธรรมดา ซึ่งการเคารพกันในระดับนี้จะยึดถือพรรษาหรือระยะเวลาที่บวชเป็นสำคัญ แต่เมื่อพระสงฆ์รูปนั้นได้สร้างคุณงามความดี มีความสามารถในการเผยแผ่ศาสนา หรือได้รับความไว้วางใจจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้มาช่วยงานในฐานะผู้ช่วย ก็จะเข้าสู่ชั้นพระฐานานุกรม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความยิบย่อยแต่สำคัญยิ่ง เพราะเปรียบเสมือนมือขวาที่คอยดูแลกิจการงานคณะสงฆ์ ยิ่งพระราชาคณะที่แต่งตั้งท่านมีสมณศักดิ์สูงเพียงใด จำนวนผู้ช่วยที่ท่านสามารถแต่งตั้งได้ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะตำแหน่งพิเศษที่สงวนไว้สำหรับสมเด็จพระสังฆราชอย่างพระราชาปลัดขวาและซ้าย ซึ่งถือเป็นเกียรติยศที่สูงยิ่งในกลุ่มผู้ช่วย
นอกเหนือจากเรื่องการบริหารงานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจคือพระเปรียญ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเพียรพยายามในการศึกษาพระธรรมวินัย พระที่สอบได้เปรียญธรรมตั้งแต่ 3 ถึง 9 ประโยคจะได้รับคำนำหน้าว่า พระมหา แม้ว่าโดยกฎหมายการเป็นพระมหาอาจไม่ได้กำหนดเป็นเงื่อนไขตายตัวสำหรับการเลื่อนสมณศักดิ์...