ลำดับยศพระสงฆ์ไทย: ไขข้อข้องใจใครเป็นใครและใหญ่แค่ไหนในคณะสงฆ์
Read More
บทความ

ลำดับยศพระสงฆ์ไทย: ไขข้อข้องใจใครเป็นใครและใหญ่แค่ไหนในคณะสงฆ์

ร่องรอยแห่งศรัทธาผ่านตำแหน่งสมณศักดิ์ เวลาที่เรากราบพระตามวัดต่างๆ หรือติดตามข่าวสารในแวดวงคณะสงฆ์ไทย หลายคนอาจจะเคยเกิดคำถามในใจเมื่อได้ยินคำนำหน้าชื่อพระสงฆ์ที่แตกต่างกันไป บางรูปเป็นพระครู บางรูปเป็นเจ้าคุณ หรือบางรูปก็เป็นสมเด็จ คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะระบบสมณศักดิ์ของไทยมีความละเอียดลึกซึ้งและมีรากฐานมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ สมณศักดิ์ก็เปรียบเสมือนยศถาบรรดาศักดิ์ของขุนนางในสมัยก่อน ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเพื่อยกย่องพระเถระผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและบ้านเมือง เพื่อให้เราเข้าใจโครงสร้างที่ดูซับซ้อนนี้ได้ง่ายขึ้น ผมจึงอยากจะชวนทุกคนมาไล่เรียงเส้นทางจากพระสงฆ์ปกติสู่ตำแหน่งสูงสุดตามโครงสร้างกฎหมายคณะสงฆ์ในปัจจุบันกันครับ เส้นทางจากพระลูกวัดสู่ผู้ช่วยระดับสูง จุดเริ่มต้นของพระสงฆ์ทุกรูปล้วนมาจากสถานะพระภิกษุธรรมดา ซึ่งการเคารพกันในระดับนี้จะยึดถือพรรษาหรือระยะเวลาที่บวชเป็นสำคัญ แต่เมื่อพระสงฆ์รูปนั้นได้สร้างคุณงามความดี มีความสามารถในการเผยแผ่ศาสนา หรือได้รับความไว้วางใจจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้มาช่วยงานในฐานะผู้ช่วย ก็จะเข้าสู่ชั้นพระฐานานุกรม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความยิบย่อยแต่สำคัญยิ่ง เพราะเปรียบเสมือนมือขวาที่คอยดูแลกิจการงานคณะสงฆ์ ยิ่งพระราชาคณะที่แต่งตั้งท่านมีสมณศักดิ์สูงเพียงใด จำนวนผู้ช่วยที่ท่านสามารถแต่งตั้งได้ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะตำแหน่งพิเศษที่สงวนไว้สำหรับสมเด็จพระสังฆราชอย่างพระราชาปลัดขวาและซ้าย ซึ่งถือเป็นเกียรติยศที่สูงยิ่งในกลุ่มผู้ช่วย นอกเหนือจากเรื่องการบริหารงานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจคือพระเปรียญ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเพียรพยายามในการศึกษาพระธรรมวินัย พระที่สอบได้เปรียญธรรมตั้งแต่ 3 ถึง 9 ประโยคจะได้รับคำนำหน้าว่า พระมหา แม้ว่าโดยกฎหมายการเป็นพระมหาอาจไม่ได้กำหนดเป็นเงื่อนไขตายตัวสำหรับการเลื่อนสมณศักดิ์...

Read more

เปิดตำนานความรักที่ซ่อนอยู่ พระลักษมีเทพีพลัดพรากที่ใครหลายคนไม่เคยรู้
Read More
บทความ

เปิดตำนานความรักที่ซ่อนอยู่ พระลักษมีเทพีพลัดพรากที่ใครหลายคนไม่เคยรู้

เมื่อเทพีแห่งโชคลาภกลับมีชีวิตรักที่ไม่ราบรื่น หลายคนมักมุ่งหน้าไปขอพรความรักจากพระแม่ลักษมีด้วยความหวังว่า ท่านจะเป็นตัวแทนของความรักที่สมบูรณ์แบบและมั่นคง แต่หากเราลองย้อนกลับไปสำรวจตำนานฮินดูที่มีความซับซ้อนและหลากหลายเวอร์ชัน เราอาจจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า ชะตากรรมของพระแม่ลักษมีนั้นเต็มไปด้วยความพลัดพรากและการต้องจากลาจากคนรักแทบทุกยุคทุกสมัย เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตำนานเลื่อนลอย แต่เป็นภาพสะท้อนของมหากาพย์ที่สั่งสมมานับพันปี ซึ่งแฝงไปด้วยนัยยะสำคัญที่มากกว่าแค่เรื่องของหัวใจ ในฐานะเทพีแห่งความร่ำรวย โชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์ พระลักษมีมีพัฒนาการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคฤคเวทที่เป็นเพียงสัญลักษณ์ของหญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งกลายมาเป็นมเหสีคู่บารมีของพระวิษณุในเวลาต่อมา ทว่าในทุกครั้งที่พระวิษณุอวตารลงมายังโลกมนุษย์ พระลักษมีเองก็ต้องอวตารตามลงมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นนางสีดาในยุคพระราม หรือนางรุกมิณีในยุคพระกฤษณะ ซึ่งทุกชีวิตที่อวตารลงมานั้นล้วนเต็มไปด้วยบททดสอบแห่งการพลัดพราก ซึ่งเป็นกุศโลบายที่เตือนสติว่า ความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงมักมาพร้อมกับการเผชิญหน้ากับความสูญเสีย อาถรรพ์คำสาปแห่งฤาษีที่ทำให้เทพต้องแยกจาก จุดเปลี่ยนสำคัญของความรักอันยิ่งใหญ่ระหว่างพระวิษณุและพระลักษมี เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของพระนารทฤาษี ผู้รอบรู้สามโลกที่มักจะนำเรื่องราวไปบอกเล่าต่อจนเกิดเรื่องราวไม่คาดฝัน เมื่อพระนารทฤาษีเกิดความมั่นใจในตนเองจนไปท้าทายพระวิษณุเรื่องความรัก จนสุดท้ายต้องพบกับแผนการของพระวิษณุที่เสกให้ใบหน้าของฤาษีกลายเป็นลิงท่ามกลางพิธีสยุมพรที่กำลังจะไปเลือกคู่ ความโกรธแค้นนี้เองที่นำไปสู่คำสาปให้พระวิษณุต้องพลัดพรากจากคนรัก และต้องไปมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับลิงเพื่อกอบกู้สถานการณ์กลับคืนมา เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลพวงจากอดีตชาติของบริวารพระวิษณุที่ถูกสาปให้ลงมาเกิดเป็นยักษ์อย่างทศกัณฐ์ ทำให้พระวิษณุต้องอวตารลงไปจัดการตามครรลองของโชคชะตา พระลักษมีในร่างนางสีดาจึงต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมจากการถูกลักพาตัว สร้างความร้าวรานใจให้ทั้งคู่ต้องห่างไกลกัน นี่คือแง่มุมที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็นถึงเทพเจ้าสูงสุด ก็ยังต้องก้มหน้ายอมรับผลแห่งกรรมและคำสาป ซึ่งเป็นสัจธรรมที่อยู่เหนือการควบคุมของทุกชีวิต...

Read more

กาลี-ทุรคา: เจาะลึกความลึกลับของปางสุดโหดแห่งพระแม่อุมา
Read More
บทความ

กาลี-ทุรคา: เจาะลึกความลึกลับของปางสุดโหดแห่งพระแม่อุมา

หากเราลองหลับตาแล้วนึกถึงเทพีที่มีพลังอำนาจดุดันและน่าเกรงขามที่สุดในคติความเชื่อของพราหมณ์-ฮินดู เชื่อเหลือเกินว่าภาพของพระแม่ทุรคาและพระแม่กาลีจะต้องปรากฏขึ้นมาในความคิดของใครหลายคนอย่างแน่นอน หลายครั้งที่เรามักจะเกิดคำถามว่า สรุปแล้วทั้งสองพระองค์นี้เป็นองค์เดียวกันหรือไม่ หรือเหตุใดภาพจำของเทพีผู้ทรงพลังถึงต้องดูน่าสะพรึงกลัว มีหัวกะโหลกคล้องคอ หรือมีหยาดเลือดเปรอะเปื้อนอยู่เสมอ ความสงสัยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในจักรวาลแห่งความเชื่อที่มีอายุยาวนานกว่า 5,000 ปี การตีความตัวตนของเทพเจ้ามักมีความซับซ้อนและแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและวัฒนธรรมของแต่ละนิกาย เมื่อความศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิดจากมหาสงครามแห่งอสูร เรื่องราวของพระแม่ทุรคานั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากความโกลาหลในสามโลก เมื่ออสูรนามว่ามหิสาสูร ผู้มีเชื้อสายผสมระหว่างอสูรและควาย ได้รับพรจากพระพรหมให้เป็นอมตะด้วยเงื่อนไขที่ดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้ คือการไม่ถูกสังหารโดยบุรุษเพศ ความเย่อหยิ่งของอสูรตนนี้ทำให้เหล่าเทพต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ จนกระทั่งมหาเทพทั้งสามคือพระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม ได้รวมพลังกันสร้างเทพีผู้ทรงสิริโฉมและทรงอำนาจขึ้นมา พระนางคือพระแม่ทุรคา ผู้มาพร้อมกับพระหัตถ์ทั้ง 18 ข้างและศาสตราวุธครบมือ พระนางทรงขี่สิงโตเข้าเผชิญหน้ากับมหิสาสูรด้วยความกล้าหาญ การต่อสู้ครั้งนั้นจบลงด้วยชัยชนะของเทพีผู้เป็นตัวแทนของระเบียบวินัยและความยุติธรรม ทำให้โลกกลับเข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ในขณะที่พระแม่ทุรคาคือภาพลักษณ์ของนักรบผู้สง่างาม พระแม่กาลีกลับมีมิติตัวตนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เชื่อกันว่าพระแม่กาลีถือกำเนิดขึ้นจากพระนลาฏ (หน้าผาก) ของพระแม่ทุรคาในช่วงเวลาที่สงครามดุเดือดถึงขีดสุด เพื่อจัดการกับอสูรที่หากเลือดหยดลงพื้นจะกลายร่างเป็นอสูรตนใหม่นับไม่ถ้วน พระแม่กาลีจึงทำหน้าที่เป็นผู้กลืนกินความวุ่นวายและดูดซับเลือดเหล่านั้นไม่ให้แปดเปื้อนแผ่นดิน...

Read more

บทความ

พระสวดอะไรในงานศพ? ไขความลับบทสวดบาลีที่คุณอาจไม่เคยรู้

เมื่อความสงสัยในวัยเด็กกลายเป็นคำถามที่รอการพิสูจน์เชื่อว่าเราทุกคนเติบโตมาพร้อมกับประสบการณ์การไปร่วมงานศพอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต และภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคงไม่ใช่ช่วงเวลาของการรับเบรกหรือการพบปะผู้คน แต่เป็นวินาทีที่พระสงฆ์เริ่มสวดมนต์บทที่เป็นภาษาบาลีที่เราฟังไม่ค่อยออก กุสลาธรรมา อกุสลาธรรมา... สวดไปยาวเหยียดจนบางครั้งเราก็นั่งนิ่งๆ งุนงงว่าท่านกำลังสวดอะไร มีความหมายอย่างไร และทำไมต้องสวด คำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยมาตั้งแต่เด็กและยังไม่มีใครเฉลยได้ชัดเจนคือ สรุปแล้วบทสวดเหล่านั้นสวดให้คนตายฟัง หรือแท้จริงแล้วตั้งใจจะสื่อสารกับคนเป็นกันแน่ วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสำรวจรากเหง้าของพิธีกรรมที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันหากเราลองพยายามค้นหาคำแปลของบทสวดงานศพในปัจจุบัน ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความสับสน เพราะการแปลบาลีเป็นไทยตรงตัวนั้นยากเกินกว่าจะเข้าใจได้โดยง่าย ในอดีตการสวดมนต์ไม่ใช่การร่ายมนต์คาถาเพื่ออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ แต่เป็นการถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร การสวดจึงเป็นวิธีการทบทวนและรักษาคำสอนให้คงเดิมที่สุด แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ภาษาที่ใช้ในบทสวดกับภาษาที่ชาวบ้านพูดในชีวิตประจำวันเริ่มห่างไกลกันมากขึ้น คอนเซปต์ของการสวดจึงถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเรื่องของความเป็นสิริมงคล การน้อมนำธรรมะมาเป็นที่ตั้งของจิตใจ มากกว่าการมุ่งเน้นที่ความหมายทีละคำเหมือนยุคเริ่มต้นจากบทสวดพระมาลัยสู่การจัดระเบียบในรัชสมัยในสมัยก่อนงานศพของไทยไม่ได้มีการสวดพระอภิธรรมอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ แต่ได้รับความนิยมในการสวดบทพระมาลัย ซึ่งเป็นเรื่องราวการไปเยือนนรกสวรรค์ของพระมาลัย เพื่อสอนเรื่องกฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด เรื่องราวนี้เคยถูกใช้เป็นคติธรรมในงานแต่งงานเพื่อให้คู่บ่าวสาวตระหนักถึงการครองตนเป็นคนดี แต่ด้วยความที่มันเข้าถึงง่ายและสอนเรื่องบาปบุญคุณโทษ จึงถูกนำมาสวดเป็นเพื่อนศพในตอนกลางคืนเพื่อให้คนอยู่เฝ้าศพได้ฟังไปเพลินๆ แต่ด้วยนิสัยคนไทยที่รักความสนุก การสวดพระมาลัยในงานศพจึงถูกนำมาปรับปรุงใส่ทำนองที่เร้าใจ มีการแสดงประกอบ มีดนตรี และแน่นอนว่าขาดไม่ได้คือมุกตลกสองแง่สามง่ามที่ชาวบ้านชื่นชอบ...

Read more

เปิดคำทำนายลึกลับ 600 ปี วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ตำนานที่ซ่อนอยู่หลังพระพุทธสิหิงค์
Read More
บทความ

เปิดคำทำนายลึกลับ 600 ปี วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ตำนานที่ซ่อนอยู่หลังพระพุทธสิหิงค์

เมื่อเงือกและรอยบาปพากษัตริย์สู่ตำนานแห่งการสร้างวัด เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้ววัดพระสิงห์วรมหาวิหาร สิ่งแรกที่สะดุดตาไม่ใช่เพียงความงดงามของสถาปัตยกรรมล้านนา แต่คือจิตวิญญาณของประวัติศาสตร์ที่อบอวลอยู่ทุกตารางนิ้ว วัดแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่มีจุดเริ่มต้นจากโศกนาฏกรรมของพญาคำฟู กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายผู้โชคร้ายจากการเสด็จไปสรงน้ำที่แม่น้ำเชียงคำจนถูกเงือกคร่าชีวิต เรื่องราวของเงือกในความเชื่อโบราณล้านนานั้นลึกลับยิ่งนัก เพราะไม่ได้หมายถึงสัตว์ประหลาดในเทพนิยายฝรั่ง แต่เป็นตัวแทนของสัตว์ร้ายในน้ำที่พรากชีวิตกษัตริย์ไปจนเกิดเป็นแรงผลักดันให้พระโอรสอย่างพญาผายู ต้องย้ายเมืองหลวงและสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระบิดา กลายเป็นจุดกำเนิดของวัดลีเชียงพระ หรือวัดพระสิงห์ที่เราเห็นในปัจจุบัน ความศรัทธาของชาวเหนือที่มีต่อวัดแห่งนี้ยังผูกพันกับพระอริยสงฆ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างครูบาศรีวิชัย ผู้เป็นดั่งหนุมานทหารเอกแห่งพุทธศาสนา ที่คอยบูรณปฏิสังขรณ์ให้วัดกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง สัญลักษณ์รูปหนุมานที่ประดับบนคานพระอุโบสถพร้อมด้วยรูปดาวสัญลักษณ์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี คือหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันกษัตริย์และคณะสงฆ์ในอดีต ทว่าลึกลงไปกว่านั้นวัดแห่งนี้ยังเป็นสมรภูมิทางความคิดของสองนิกายสงฆ์ใหญ่ คือนิกายป่าแดงและนิกายสวนดอก ที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเพื่อพิสูจน์ความเป็นพุทธแท้จากลังกา จนกลายเป็นที่มาของคำทำนายลึกลับที่สั่นสะเทือนไปถึงรากเหง้าความเชื่อของคนล้านนา สิหิงคนิทาน: คำทำนายที่เขียนด้วยหมึกและหยาดน้ำตาแห่งศรัทธา ในตำนานสิหิงคนิทานได้บันทึกคำทำนายที่น่าขนลุกไว้ว่า เมื่อถึงพุทธศักราช 2000 พุทธศาสนาที่แท้จริงในดินแดนแถบนี้จะสูญสิ้นไป คำทำนายนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าเพ้อฝัน แต่มันคือกระจกสะท้อนความสิ้นหวังของพระโพธิรังสี พระสงฆ์ในนิกายป่าแดงผู้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการที่พระเจ้าสามฝั่งแกนทรงเลือกสนับสนุนนิกายสวนดอกอย่างออกหน้าออกตา นักวิชาการหลายท่านมองว่านี่คือการเขียนคำพยากรณ์เพื่อทิ้งทวนความเชื่อของตน ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยที่พลิกผันให้สีหลคณะหรือนิกายป่าแดงกลับมาเฟื่องฟูจนกลายเป็นกระแสหลักในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราชในเวลาต่อมา พระพุทธสิหิงค์จึงไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางทางปัญญาที่เชื่อมโยงศรีลังกาสู่ล้านนา การที่พระองค์ย้ายที่ประดิษฐานจากโขงพระเจ้าตรงกลางอุโบสถ มาสู่วิหารลายคำที่วิจิตรตระการตา ยิ่งตอกย้ำถึงความพยายามรักษาไว้ซึ่งร่องรอยของความเชื่อดั้งเดิมท่ามกลางคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและศาสนาในอดีต ภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารที่เกิดจากการประชันฝีมือกันระหว่างจิตรกรพื้นถิ่นและช่างฝีมือชาวจีนนั้น...

Read more

พระพุทธเจ้าไม่ได้มีองค์เดียว: ไขปริศนาตำแหน่งแห่งพุทธะและวัฏจักรแห่งกาลเวลา
Read More
บทความ

พระพุทธเจ้าไม่ได้มีองค์เดียว: ไขปริศนาตำแหน่งแห่งพุทธะและวัฏจักรแห่งกาลเวลา

เมื่อ 'พระพุทธเจ้า' ไม่ใช่แค่ชื่อบุคคลแต่คือตำแหน่งอันสูงส่ง เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เติบโตมาในสังคมไทย ย่อมมีภาพจำของพระพุทธเจ้าที่ค่อนข้างชัดเจนในหัว ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ หรือเรื่องราวของเจ้าชายสิทธัตถะที่ออกบวชจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ท่ามกลางศรัทธาอันเปี่ยมล้นนั้น หลายคนอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าพระพุทธเจ้ามีมากมายดั่งเม็ดทรายในมหาสมุทร หรือการกล่าวถึงพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในภัทรกัปนี้ ซึ่งชวนให้เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า หากพระพุทธเจ้าคือผู้ที่ตรัสรู้ความจริงของโลก เหตุใดจึงมีจำนวนมากมายหลายพระองค์เช่นนี้ คำตอบที่น่าสนใจเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า 'พระพุทธเจ้า' ไม่ใช่ชื่อเรียกเฉพาะตัวบุคคล แต่เป็น 'ตำแหน่ง' แห่งผู้ตื่นรู้ คำว่า 'พุทธะ' แปลว่าผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน หมายถึงผู้ที่ค้นพบสัจธรรมแห่งชีวิตและธรรมชาติด้วยตนเอง ดังนั้นเมื่อเราเอ่ยถึงพระพุทธเจ้าสมณโคดม เรากำลังกล่าวถึงบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งอันสูงสุดนี้ในยุคสมัยของเรา แต่การที่พุทธศาสนาเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดหรือวัฏสงสารที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ย่อมเป็นตรรกะที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในห้วงเวลาอันยาวนานก่อนหน้านี้ ย่อมต้องมีผู้ที่เคยบรรลุถึงตำแหน่งนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน และในอนาคตก็ย่อมมีผู้ที่บำเพ็ญเพียรเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้เช่นกัน   จำแนกประเภทพุทธะจากความเชื่อเถรวาท ในความเชื่อแบบเถรวาทที่หยั่งรากลึกในไทย เรามักจะแบ่งระดับของการตรัสรู้เป็นสองรูปแบบหลัก คือพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อค้นพบความจริงแล้ว...

Read more

Photo 1508271652311 85583e2a9b8c
Read More
บทความ

จะเป็นอย่างไร? หากถวายพระประธานคนเดียว

     สวัสดีทุกๆ ท่านค่ะ วันนี้โรงหล่อพระส.ธนากิจพาณิชย์ จะมาช่วยไขข้อสงสัยกับสิ่งที่หลายๆ ท่านเคยได้ยินได้ฟังมา อย่างช้านาน เกี่ยวกับการสร้างพระประธานถวายวัด ว่า "ไม่สามารถทำคนเดียวได้ บุญมันใหญ่เกินไป บารมีไม่ถึงก็พาลจะไม่ดีกับตนเอง"  ต่างต่างนานาตามแต่จะบอกเล่าต่อกันมา จนท้ายที่สุดก็ทำให้หลายๆ ท่านเกิดความกลัวในใจเวลาที่จะทำบุญสร้างพระถวายวัดขึ้นมาถาม         เรื่องการสร้างพระประธาน มีคนบอกว่าห้ามสร้างคนเดียว ควรมีคนร่วมทำด้วย เพราะเป็นบุญใหญ่  จริงเท็จประการใดคะ?ตอบ         จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังจากพระสงฆ์ซึ่งมีสมณศักดิ์หลายๆ ท่าน เป็นรองสังฆราชก็ดี ท่านเจ้าอาวาส หรือพระครู ท่านกล่าวเป็นเช่นเดียวกันว่า อันที่จริงบุญใหญ่นั้นเกิดจากหลายประการ...

Read more

Photo 1516148220038 197c4760d259
Read More
บทความ

คลิ๊ก! บทความ “ระฆัง ฆ้อง กลองเพล เรื่องน่ารู้ที่คุณอาจไม่รู้”

เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมเวลาที่ไปวัดทำบุญ จะต้องเดินไปตีระฆังที่อยู่ข้างโบสถ์อยู่เป็นประจำ บางวัดมีระฆังมากหลายสิบอัน เดินต่อแถวเคาะระฆังกันจนเสียงดังระงมไปทั่วทั้งวันเลยทีเดียวค่ะ นั่นเพราะมีความเชื่อกันว่าจะได้กลับมา สร้างบุญกุศลที่วัดอีกครั้งและนอกจากนี้แล้ว ยังเชื่อกันอีกว่าเป็นการบอกให้เทวดา เจ้าที่เจ้าทาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้รับทราบเพื่ออนุโมทนาต่อบุญกุศลที่ท่านได้มาทำบุญในครั้งนี้อานิสงส์จากการตีระฆังและถวายระฆังวัด !!1. เป็นคนมีชื่อเสียงในด้านดี เป็นที่รู้จักของคนในสังคม ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็มักได้รับความน่าเชื่อถือ2. เป็นที่รักของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายที่ทำงาน ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็มักจะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จอยู่ร่ำไป3. ได้เกิดมาในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ครบถ้วน 32 ประการในชาติหน้า ไม่เป็นคนพิการ ตัวเตี้ย หรือไม่สมส่วน ให้ต้องได้รับความอับอาย และต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากร่างกายไม่เอื้ออำนวย4. มีเสียงพูด เสียงร้องเพลงที่ไพเราะน่าฟัง ใครที่ได้ยินเสียงจะต้องรู้สึกเคลิบเคลิ้ม...

Read more

Photo 1529546628049 75f334518ab5
Read More
บทความ

คลิ๊ก! บทความ “เตือนภัย! ย้อมแมวขายพระทองเหลือง หลอกให้องค์พระเนื้อปลอม

บทความนี้ที่จะเปลี่ยนบรรทัดฐาน เกณฑ์ในการเลือกสั่งบูชาองค์พระ หรือการหล่อพระทองเหลือง ของท่านไปตลอดกาล กับบทความ "รู้เขารู้เรา ซื้อ(พระ)ร้อยครั้งชนะทุกครั้ง"ยาวหน่อย แต่รับรองว่าย่อยออกมาแล้วจากประสบการณ์กว่า 70 ปีสิ้นสุดกันที กับการถูกหลอกแม้ในเวลาที่เราต้องการทำบุญด้วยหัวใจล่าสุดมีลูกค้าของเรา ส่งข้อความเข้ามา ตามข้อความข้างบนที่เห็นนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่า ลูกค้านัดถวายพระกับกลุ่มเพื่อน ได้สั่งจอง หล่อพระทองเหลือง กับโรงหล่อพระแห่งหนึ่งที่เพื่อนแนะนำว่าถูกมาก เค้าการันตีทองเหลืองแท้ จึงสั่งไปสามองค์ ด้วยว่าลูกค้าเป็นคนทำบุญบ่อย พอพระถึงวัดก็เกิดสังเกตเป็นข้อเปรียบเทียบ ว่า...- พระมีน้ำหนักเบามาก- ชื่อที่สลักแต่ละองค์มีผงสีขาวอยู่ตามร่อง ไม่ใช่สีทองเหลืองแต่เมื่อลูกค้าโทรกลับไปหาโรงงานนั้น นี่คือบทสนทนา ที่ได้กลับมาลูกค้า : คุณคะ ของคุณนี่มัน พระหล่อทองเหลืองแท้ๆ แน่ไหมเจ้าของโรงหล่อแห่งหนึ่ง :...

Read more

Photo 1506870144739 432c2b8141bf
Read More
บทความ

คลิ๊ก! บทความ “สร้างพระแก้วมรกตถวาย ติดขัดเรื่องใด หายได้เป็นปลิดทิ้ง”

Read more