×

MENU

Shopping cart

close

การทำบุญให้พ่อแม่ผู้ล่วงลับ ทำอย่างไรให้ถูกต้องและไม่สร้างภาระ

ความผูกพันระหว่างสายเลือดเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและยาวนานเกินกว่าความตายจะพรากจากไปได้ เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งอย่างพ่อแม่ได้เดินทางลับล่วงสู่โลกหน้า ความอาลัยอาวรณ์มักมาพร้อมกับคำถามในใจของลูกหลานว่า เราจะทำอย่างไรดีเพื่อให้ท่านได้รับความสุขในภพภูมิที่ดี ความกังวลใจในเรื่องพิธีกรรม ความถูกต้องตามประเพณี และความรับผิดชอบในฐานะลูกจึงมักถาโถมเข้ามาในยามที่เรายังคงโศกเศร้า

แท้จริงแล้วพระพุทธศาสนาได้สอนเรื่องการทำบุญอุทิศส่วนกุศล หรือที่เรียกว่าทักษิณานุปทาน ไว้ด้วยความเรียบง่ายและเข้าถึงได้ การเป็นลูกที่กตัญญูกตเวทีไม่ได้วัดกันที่ความยิ่งใหญ่ของพิธีการหรือเม็ดเงินที่ทุ่มเทลงไป แต่กลับวัดกันที่ความบริสุทธิ์ใจและความสม่ำเสมอในการระลึกถึงพระคุณของท่านต่างหาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องแบกรับความเครียดหรือภาระทางการเงินใดๆ เลย

หน้าที่อันงดงามของลูกที่เดินทางไปกับกาลเวลา

การดูแลและตอบแทนพระคุณพ่อแม่เป็นหน้าที่อันประเสริฐที่ติดตัวลูกมาตั้งแต่เกิด และหน้าที่นี้ไม่ได้สิ้นสุดลงในวันที่ท่านหลับตาลาโลก หากแต่ยังคงดำเนินต่อไปตราบนานเท่าที่เรายังมีลมหายใจ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับช่วงเวลาในการทำบุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปลดเปลื้องความกดดันในจิตใจของคนเป็นลูกได้อย่างมาก

หลายคนมักมีความเชื่อว่าการทำบุญอุทิศส่วนกุศลจะต้องรอให้ถึงวันครบรอบวันตาย หรือต้องรอช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันสงกรานต์เท่านั้น ความคิดนี้ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจและรู้สึกผิดหากไม่สามารถจัดเตรียมงานใหญ่โตได้ทันเวลา ทั้งที่ความจริงแล้ว หลักพุทธศาสไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ตายตัวเช่นนั้น เราสามารถทำบุญอุทิศให้ท่านได้ทุกวัน ทุกเวลา และทุกสถานที่ที่เรามีความสะดวก

รูปประกอบบทความ

ความสม่ำเสมอเปรียบเสมือนสายน้ำหล่อเลี้ยงดวงจิตของผู้ล่วงลับ การที่เราได้ตักบาตรพระสงฆ์แล้วนึกถึงท่านในทุกๆ เช้า หรือการตั้งจิตอธิษฐานทำความดีในทุกวันพระ ย่อมมีพลังและเกิดกระแสบุญที่ต่อเนื่องมากกว่าการทำบุญครั้งใหญ่เพียงปีละครั้ง การสร้างกุศลทีละน้อยแต่ทำเป็นประจำช่วยให้ใจของเราเกาะเกี่ยวอยู่กับความดีงาม และส่งกระแสความระลึกถึงไปยังผู้มีพระคุณได้อย่างสม่ำเสมอ

ปล่อยวางเรื่องวัตถุ คืนธาตุสู่ธรรมชาติด้วยความเข้าใจ

อีกหนึ่งความกังวลใจที่มักสร้างความทุกข์ให้แก่ลูกหลานคือเรื่องของอัฐิและพิธีกรรมเกี่ยวกับกระดูก หลายครอบครัวพยายามทำตามความเชื่อที่ถูกบอกต่อกันมาจนบางครั้งเกินกำลังของตนเอง เช่น การสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิราคาแพง หรือการกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานศพและทำบุญครั้งใหญ่เพราะเกรงว่าจะไม่สมเกียรติ

หากเราหันกลับมามองตามหลักคำสอนที่แท้จริง จะพบว่าการสร้างเจดีย์นั้นตามประวัติศาสตร์พุทธศาสนาถูกสงวนไว้สำหรับพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิ หรือพระอรหันต์ สำหรับพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างเจดีย์ใหญ่โตแต่อย่างใด หากการเก็บอัฐิไว้ที่บ้านหรือการสร้างสิ่งก่อสร้างสร้างความกังวลใจและเป็นภาระในการดูแล ทางเลือกอย่างการนำอัฐิไปลอยอังคารคืนสู่ธรรมชาติ หรือการฝังไว้ใต้ร่มไม้ใหญ่จึงเป็นทางออกที่งดงามและเรียบง่าย

รูปประกอบบทความ

กายสังขารของเราทุกคนล้วนประกอบขึ้นจากธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ไฟ และลม เมื่อสิ้นลมหายใจ ร่างกายก็ย่อมต้องคืนกลับสู่ธรรมชาติเป็นธรรมดา การยึดติดกับวัตถุหรือโกศกระดูกโดยไม่ได้สร้างประโยชน์อันใดรังแต่จะสร้างความทุกข์ใจให้แก่คนข้างหลัง ความกตัญญูที่แท้จริงจึงไม่ใช่การมีวัตถุราคาแพงเก็บรักษาไว้บูชา แต่เป็นการเข้าใจสัจธรรมและการกระทำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ไม่เดือดร้อนตนเองและผู้อื่น

แก่นแท้แห่งความกตัญญูที่สถิตอยู่ในดวงใจ

การแสดงออกถึงความกตัญญูที่ทรงพลังที่สุดและมีความหมายมากที่สุดในทางพุทธศาสนา ไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรมภายนอก แต่มันอยู่ที่การกระทำและจิตใจของเราในปัจจุบันขณะ การที่ลูกได้ระลึกนึกถึงคำสั่งสอน พระคุณอันยิ่งใหญ่ และนำหลักธรรมที่ท่านเคยพร่ำสอนมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือการบูชาคุณที่สูงสุด

ลองจินตนาการถึงพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ท่านย่อมไม่ปรารถเห็นลูกหลานต้องมาเดือดร้อน ล้มละลาย หรือเป็นหนี้เป็นสินเพียงเพราะต้องการจัดงานทำบุญให้ท่าน การทำบุญตามกำลังศรัทธาและกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ โดยที่ตัวเองยังมีความสุขและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข นั่นคือสิ่งที่ดวงวิญญาณของท่านจะรับรู้และมีความสุขร่วมไปกับเรามากที่สุด

รูปประกอบบทความ

ความดีงามที่เราทำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การรักษาศีล หรือการเจริญภานา แล้วอุทิศส่วนกุศลนั้นส่งไปให้ท่าน เปรียบเสมือนการส่งพลังงานแห่งความรักและความเมตตาข้ามภพภูมิ เมื่อใจเราเป็นสุข ใจของท่านที่อยู่ในสัมปรายภพย่อมได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตามไปด้วย ความกตัญญูจึงเป็นเครื่องหมายของคนดีที่งดงาม ทั้งในยามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่และในยามที่ท่านจากไปแล้ว

ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการทำบุญให้ผู้ล่วงลับ

จำเป็นไหมที่ต้องทำบุญให้พ่อแม่ทุกปีในวันครบรอบวันตาย?

ไม่จำเป็นเลยครับ การทำบุญในวันครบรอบวันตายเป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อให้ลูกหลานได้มารวมตัวกันระลึกถึงท่าน แต่ถ้าไม่สะดวกหรือไม่มีกำลัง ก็สามารถทำบุญอุทิศส่วนกุศลได้ทุกวันหรือทุกเวลาตามความสะดวก ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าวันเวลาที่ตายตัว

ถ้าไม่มีเงินทำบุญใหญ่ จะทำให้พ่อแม่ได้รับส่วนกุศลน้อยลงไหม?

บุญกุศลไม่1ได้วัดกันที่มูลค่าเงินทอง แต่measuredด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์และการทำตามกำลังของตนเอง การใส่บาตรด้วยอาหารเพียงหนึ่งช้อนด้วยใจที่ระลึกถึงท่าน ย่อมมีอานุภาพและส่งถึงท่านได้เต็มเปี่ยมโดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาทำบุญใหญ่โต

ควรเก็บอัฐิพ่อแม่ไว้ที่บ้านหรือนำไปลอยอังคารดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความสบายใจของครอบครัวเป็นหลัก หากการเก็บไว้ที่บ้านไม่ได้สร้างความกังวลใจก็สามารถทำได้ แต่หากเป็นภาระหรือกังวลเรื่องการดูแล การนำไปลอยอังคารคืนสู่ธรรมชาติหรือฝังใต้ต้นไม้ก็เป็นวิธีที่ถูกต้องตามหลักธรรมชาติและช่วยให้ลูกหลานปล่อยวางความยึดติดได้ดีที่สุด

พูดคุยและปรึกษาเรื่องราวความเชื่อและพิธีกรรมทางศาสนา

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำบุญ พิธีกรรม หรือต้องการคำแนะนำด้วยความเข้าใจจากผู้เชี่ยวชาญ โรงหล่อพระ ส.ธนากิจพาณิชย์ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 80 ปี ยินดีเป็นพื้นที่กลางในการให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้แก่ทุกท่านด้วยความจริงใจ

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อความสบายใจในการสืบสานประเพณีและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Scroll To Top